ภาพรวม:
ความก้าวหน้าด้าน AI เชิงสร้างสรรค์ ได้จุดประกายความสนใจอย่างกว้างขวาง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมเข้าสู่ยุคใหม่
ประเทศไทยได้ส่งเสริมการใช้ AI และผนวกกลยุทธ์รวมถึงแผนปฏิบัติการด้าน AI เข้ากับยุทธศาสตร์ชาติของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565-2570
เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและความก้าวหน้าด้าน AI สำหรับประเทศไทย Meta ได้สนับสนุนและลงทุนในเครื่องมือและเทคโนโลยี
เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เราได้เปิดตัว Meta Llama 3 ซึ่งเป็นโมเดลภาษาโอเพ่นซอร์สขนาดใหญ่ และในเดือนกรกฎาคม เราได้เปิดตัว Llama 3.1 ซึ่งรองรับภาษาไทย โมเดลล่าสุดของเรารองรับกรณีการใช้งานขั้นสูง เช่น การสรุปข้อความในรูปแบบยาว ตัวแทนสนทนาหลายภาษา และตัวช่วยการเขียนโค้ด
Meta ได้สนับสนุนและลงทุนในเครื่องมือและเทคโนโลยีสำหรับประเทศไทย
ตั้งแต่เปิดตัว Llama 2 และ Llama 3 ก็มีการดาวน์โหลดมากกว่า 180 ล้านครั้ง และเราทราบว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์กำลังสร้างเครื่องมืออันน่าทึ่งด้วยโมเดลเหล่านี้
เรามุ่งมั่นที่จะระบุและสนับสนุนการใช้โมเดลเหล่านี้เพื่อขับเคลื่อนผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น หากคุณกำลังใช้ Llama อยู่หรือตั้งใจจะสร้างจาก Llama เรายินดีที่จะรับฟังความคิดเห็นของคุณ
คุณแพรดำรงตำแหน่ง Country Director ของ Facebook ประเทศไทย ด้วยเป้าหมายที่จะช่วยขับเคลื่อนการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทย ด้วยการเสริมพลังให้ทุกธุรกิจในประเทศสามารถเชื่อมต่อกับผู้บริโภคและ Community ของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้นผ่าน Digital Transformation
ก่อนเข้าร่วมงานกับ Facebook คุณแพร ดำรงตำแหน่ง Managing Director และ Partner ของ บริษัท บอสตัน คอนซัลติ้งกรุ๊ป (ประเทศไทย) (Boston Consulting Group, Thailand) ซึ่งได้ให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม ครอบคลุมประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Digital transformation และแนวทางในการเติบโต โดยมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมกว่า 20 ปี และเคยทำงานทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คุณแพรสำเร็จการศึกษาด้านวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมระบบ จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย และปริญญาโทบริหารธุรกิจจาก Wharton School มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย
คุณแพรนับเป็นหนึ่งในผู้ที่มีความเชื่อมั่นในการสร้าง Social Impact และมีจุดมุ่งหมายที่จะนำความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกมาสู่ชุมชนท้องถิ่น
ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีความเชี่ยวชาญในการส่งเสริมและพัฒนาสังคมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนากำลังคนและบุคลากรดิจิทัล รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพด้านดิจิทัล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาและแรงงานยุคดิจิทัล ตลอดจนการส่งเสริมเทคโนโลยีการศึกษาเพื่อยกระดับทักษะใหม่ ๆ ของพลเมืองดิจิทัล
ก่อนเข้าร่วมงานกับ depa ดร.จักกนิตต์ มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับองค์กรทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ทางด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต การสร้างความตระหนักรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดการพลังงานสะอาด
ดร.จักกนิตต์ สำเร็จการศึกษาปริญญาเอกด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลีย ปริญญาโทด้านการเงินและธุรกิจระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยโทเลโด สหรัฐอเมริกา และปริญญาตรีด้านการเงินจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดร. ศักดิ์ เสกขุนทด เป็นที่ปรึกษาอาวุโสของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และสมาคมผู้บริหารสารสนเทศอาเซียน (ACIOA) เคยดำรงตำแหน่งผู้นำในหลายๆ ตำแหน่ง รวมถึงผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ปัจจุบัน ดร. ศักดิ์เป็นผู้นำในการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์การกำกับดูแล AI ระดับชาติของประเทศไทย และให้คำปรึกษาองค์กรต่างๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ AI นอกจากนี้ ยังเป็นสมาชิกคณะกรรมการของ PEA ENCOM International และเป็นสมาชิกอนุกรรมการต่างๆ รวมถึงคณะกรรมการระบบการชำระเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ดร. ศักดิ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมระบบอิเล็กทรอนิกส์จาก University of Essex สหราชอาณาจักร และมีส่วนสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและการพัฒนา ICT ของประเทศไทย
ดร. ชลิตดา เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ โดยครอบคลุมทั้งภาคการศึกษาและอุตสาหกรรม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโสด้านเทคโนโลยี ธุรกิจ และกฎหมายที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการพัฒนาดิจิทัลของประเทศไทย
ดร. ชลิตดามีความเชี่ยวชาญในหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ปัญญาประดิษฐ์ และระบบสารสนเทศเพื่อธุรกิจ ไม่เพียงแค่สอนและให้ความรู้ แต่ยังนำพาโครงการซอฟต์แวร์สำเร็จกว่า 160 โครงการด้วย
ในบทบาทที่ปรึกษาศูนย์ AI Governance Center (AIGC) เป็นผู้ให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ด้านการกำกับดูแล AI แก่ผู้นำในวงการ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้การใช้ AI มีความปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุด ประสบการณ์ที่ยาวนานด้านการจัดการเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการพัฒนานโยบายและการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นริศ หนูหอม ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รักษาการผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล ที่มหาวิทยาลัยมหิดล งานวิจัยของเขามีความสนใจในปัญญาประดิษฐ์ การเรียนรู้เชิงลึก การเรียนรู้ของเครื่องจักร และการประมวลผลภาพ โดยงานวิจัยปัจจุบันของเขาเน้นที่การถ่ายภาพทางการแพทย์ ปัญญาประดิษฐ์เชิงอธิบายในพยาธิวิทยาดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์สำหรับการวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้การถ่ายภาพทางการแพทย์ เขาดำรงตำแหน่งประธานหลักสูตรปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และการประยุกต์ใช้ (AIAT)
บุคคล/ทีมที่:
1) กำลังการสร้างด้วย Llama หรือ Large Language Model อื่นๆ และตั้งใจที่จะใช้งาน Llama
2) มีผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ซึ่งใช้ประโยชน์/ตั้งใจที่จะใช้ประโยชน์จาก Large Language Model เพื่อสร้างประโยชน์ทางสังคมและ/หรือเศรษฐกิจ
3) มีทรัพยากรทางเทคนิคและความเชี่ยวชาญในการนำโซลูชันที่เสนอไปใช้กับ Llama
4) มีส่วนเกี่ยวข้องกับ:
- ธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- องค์กรไม่แสวงหากำไร
- สถาบันวิชาการหรือการวิจัยเป็นพนักงาน (ไม่ใช่นักศึกษา)
*องค์กรต้องดำเนินงานมาอย่างน้อย 1 ปี
*บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐไม่มีสิทธิ์สมัคร
ข้อเสนอทั้งหมดจะได้รับการประเมินโดยใช้เกณฑ์การคัดเลือกที่ประเมินจาก:
- ความเป็นไปได้ทางเทคนิค: Llama เป็นส่วนสำคัญของโซลูชันที่เสนอ มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนถึงวิธีการใช้งาน Llama และมีความเป็นไปได้เมื่อพิจารณาจากความสามารถของโมเดล
- ผลลัพธ์: วิธีแก้ปัญหาที่เสนอจะแสดงให้เห็นวิสัยทัศน์ว่าวิธีแก้ปัญหานั้นส่งผลต่อปัญหาในวงกว้างอย่างไร และก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ/สังคมอย่างไร ซึ่งอาจรวมถึงการทำงานของวิธีแก้ปัญหาในแต่ละพื้นที่ การตอบสนองความต้องการของชุมชนเพิ่มเติม หรืออื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน
- ความรับผิดชอบ: โซลูชันที่เสนอจะระบุถึงแนวทางปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และการจำลองข้อมูล ผู้ชนะในอุดมคติจะต้องสามารถแสดงให้เห็นว่าตนใช้แนวทางการใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ ในการพัฒนาโครงการหรือผลิตภัณฑ์ของตนอย่างไร
กรุณาดูเกณฑ์คุณสมบัติด้านบน
การสมัครจะปิดในวันที่ 01 กันยายน 2024 ผู้เข้าร่วมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับแจ้งภายในวันที่ 13 กันยายน 2024 และได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานนำเสนอผลงานออนไลน์ในวันที่ 20 กันยายน 2024 ตัวแทนผู้ชนะจะได้ไปสิงคโปร์เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคของ Hackathon (ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและการเข้าพักจะรับผิดชอบโดย Meta)

